ข่าวสารทั่วไป

posted on 14 Dec 2009 01:25 by darakaparkay

มหาดไทย-คลังจับมือ ปลดหนี้นอกระบบ

มหาดไทย-คลังหารือร่วมปูทางเตรียมเปิดโครงการแก้ไขปัญหาปลดหนี้นอกระบบ 19 พฤศจิกายนนี้ เปิดแผนตั้งโต๊ะเจรจาเจ้าหนี้-ลูกหนี้ตลอดเดือนธันวาคม หวังนำหนี้นอกระบบดูแล ตั้งเพดาน 2 แสนบาทต่อราย ตั้งเป้าช่วยเหลือให้ได้ล้านคน

     นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมปรึกษาเรื่อง การแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง โดยนายชวรัตน์ กล่าวในระหว่างการหารือว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ผ่านมาในอดีตเคยมีการสำรวจข้อมูลเอาไว้ ดังนั้นจะมีการดำเนินการรื้อฟื้นข้อมูลขึ้นมาอีกครั้ง คิดว่า น่าจะมีข้อยุติหนี้นอกระบบได้
     โดยเฉพาะในส่วนของลูกหนี้ หากเขามีความตั้งใจ และความสามารถในการชำระหนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีตรงนี้ทุกฝ่ายต้องไปช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกหนี้สามารถทำ 2 สิ่งนี้ได้  ในเบื้องต้นกระทรวงมหาดไทยจะมีการตั้งโต๊ะเจรจาประนอมหนี้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นแกนหลักในการเข้าไปดำเนินงาน
     นายกรณ์ กล่าวยอมรับว่า ตนรู้สึกยินดีที่ได้ทำงานแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบกับกระทรวงมหาดไทยที่มีลักษณะการทำงานอย่างต่อเนื่อง หากกระทรวงมหาดไทยไม่สนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาคงไม่สำเร็จ  ขั้นตอนที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกนั้น คือระบบของการตั้งโต๊ะเจรจาชำระหรือประนอมหนี้ ซึ่งต้องอาศัยมือไม้ของกระทรวงมหาดไทย เพราะเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก
     อย่างไรก็ตามโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีจะเปิดในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ และจะเปิดให้ลูกหนี้นอกระบบลงทะเบียนในเดือนธันวาคม ขอยืนยันว่า กระทรวงการคลังกับกระทรวงมหาดไทยจะร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา เพียงแต่ต้องขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยต้องไปรื้อโครงสร้างลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ในอดีตถึงปัจจุบันที่เคยทำเอาไว้ แล้วจัดทำเอกสารข้อมูลเพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาต่อไป
     ด้าน นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการโยกย้ายข้าราชการไปบ้างแล้ว เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไรในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพราะกรมการปกครองมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ช่วยทำงานมั่นใจว่า การดำเนินงานจะทำได้สำเร็จ เนื่องจากในช่วงปี 2546 เคยมีการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมีข้อมูลบางส่วนที่ปรากฏว่า ได้แก้ไขไปแล้วจนถึงปี 2549 ตัวเลขคู่กรณีที่เป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้มีอยู่ประมาณ 1 ล้าน 7 แสนคน
      การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบครั้งใหม่ คิดว่า การกำหนดระยะเวลาดำเนินการเป็นเรื่องที่สำคัญ สิ่งที่อยากเสนอให้มีการปรับปรุงจะเป็นคณะกรรมการที่มีอยู่ในส่วนกลาง สำหรับคณะกรรมการในระดับหมู่บ้านที่มีอยู่ 2,000 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อให้เขาสามารถทำงานและสามารถบรรลุไปได้ ขอมีการจัดทีมและงบประมาณ 27 ล้านบาท เอาไว้เพื่อเป็นค่าอาหาร โดยควรกำหนดเวลาเอาไว้ในการตั้งโต๊ะเจรจา 10 วัน เชื่อว่างานจะสามารถสำเร็จตามเป้าหมาย 
     ภายหลังการหารือร่วมกัน นายกรณ์  ได้ร่วมแถลงกับ นายชวรัตน์  เกี่ยวกับโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ ว่า กระทรวงการคลังได้ประสานกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.) ธนาคารออมสิน เพื่อจะดูวงเงินกู้เพื่อมาทดแทนเงินกู้นอกระบบ โดยประชาชนจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นการแปลงหนี้นอกระบบในปัจจุบันมาเป็นหนี้ในระบบ โดยกลไกทั้งหมดจะมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานคณะกรรมการชุดใหญ่
     ส่วนบทบาทที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ของกระทรวงมหาดไทยในระดับท้องถิ่น นั้นทางกระทรวงมหาดไทยได้รับอาสา โดยการจัดตั้งโต๊ะเจรจาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ มีธนาคารของรัฐเข้ามานำเสนอแนวทางในการชำระหนี้ ซึ่งขั้นตอนของกระทรวงมหาดไทยถือว่า มีประสบการณ์ในการเจรจาแก้ไขหนี้สืบเนื่องมาจากการขึ้นทะเบียนคนจนเมื่อปีพ.ศ.2546
     “ประสบการณ์ความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นบุคลากรที่สำคัญในการเจรจาเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล แต่ก็ยอมรับว่า ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบต้องเจอปัญหาแน่นอน เพราะเป็นเรื่องใหญ่และยาก แต่เป็นความต้องการของรัฐบาลในการแก้ปัญหาให้ประชาชน


     นายกรณ์ได้กล่าวเสริมถึง มาตรการในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ว่า เราเปิดช่องทางการลงทะเบียนโดยตรงกับสถาบันการเงินเพื่อสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ส่วนปัญหาข้อมูลอาจมีการคลาดเคลื่อนและการขึ้นทะเบียนเทียม ดังนั้นทางรัฐบาลก็ต้องรับฟัง ขณะเดียวกันสถาบันการเงินต้องใช้ความระมัดระวัง โดยผู้บริหารระดับท้องถิ่นต้องช่วยตรวจสอบด้วย
     ส่วนการจัดเตรียมงบเพื่อทดแทนเงินกู้หนี้นอกระบบนั้นได้มีความพร้อมในการรีไฟแนนซ์ตั้งเพดานหนี้ไว้ที่ 2 แสนบาทต่อ 1 ราย ในขณะที่คาดว่า จะมีประชาชนขึ้นทะเบียนประมาณ 1 ล้านราย ทั้งนี้จะนำไปสู่การเยียวยาแก้ไขได้ประมาณ 1 แสนรายโดยยึดหลัก 2 เงื่อนไขที่ลูกหนี้ต้องมีความตั้งใจ และความสามารถชำระหนี้ได้  ขณะเดียวกันเรื่องนี้ยืนยันว่า วงเงินของธนาคารมีเพียงพอในการดำเนินโครงการ
     ด้านนายชวรัตน์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงการคลังมีโนว์ ฮาว์  ว่าจะหาเงินมารีไฟแนนซ์ได้อย่างไร ส่วนกระทรวงมหาดไทยมีโนว์ ฮาว์ เช่นกัน รู้ว่า ใครเป็นใคร จึงจะทำให้ทั้ง 2 กระทรวงจับมือร่วมกันแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้สำเร็จ

 

มีลักษณะสำคัญของการประชาสัมพันธ์คือ
1. มีสถาบัน หรือองค์กร: กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง

                ทำหน้าที่โดยให้ความร่วมมือช่วยกันปลดหนี้นอกระบบ และดำเนินการช่วยเหลือเรื่อง ไกล่เกลี่ยเรื่องเจ้าหนี้ ให้ประชาชนที่เดือดร้อน

2. มีการวางแผน ไตร่ตรอง: เกิดจากการที่รัฐบาล ได้ทำการแก้ไขมาแล้ว

รัฐบาลได้เคยมีการแก้ไขเรื่องนี้มาในช่วงปี 2546 มาแล้ว และโดยมีข้อมูลบางส่วนที่ปรากฏว่า ได้แก้ไขไปแล้วจนถึงปี 2549 มีคู่กรณีที่เป็นเจ้าหนี้ - ลูกหนี้มีอยู่ประมาณ 1 ล้าน 7 แสนคน จึงต้องการที่จะทำการสานต่อนโยบายที่รัฐได้เคยทำและประสพผลสำเร็จ

3. มีการสื่อสัมพันธ์แบบทางคู่: เรื่องการประชาสัมพันธ์ในเรื่องการปลดหนี้นอกระบบ

                เรื่องปลดหนี้นอกระบบนั้น มีผลตอบรับจากประชาชนอย่ามากเพราะ ประชาชนส่วนใหญ่ ภายในประเทศมีการทำมาหากินแบบหาเช้ากินค่ำ ขายแรงงาน และทำการเกษตรกรรม และส่วนใหญ่ก็จะมีหนี้นอกระบบเกือบทุกคน เพราะ จากการที่เศรษฐกิจทำพิษ การค้าขาย เกิดมหัตภัยต่างๆ ไม่ว่าจะน้ำท่วม แห้งแล้ง ทำให้เกษตรกร เกิดการล้มเหลวในอาชีพ จึงต้อการเงินทุนมาต่อชีวิต จึงเกิดการกู้หนี้ ยืมสินนอกระบบเกิดขึ้น แต่ จากการที่กู้นอกระบบนั้น   ได้มีคดีหลายคดี ที่เกิดการท้วงหนี้ ที่ดอกเบี้ยสูงมาก จึงทำให้รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลือ

4. มีการจูงใจ และโน้มน้าวความรู้สึก

                 เพราะเนื่องจากประชาชนมีหนี้นอกระบบมาก ตามที่ได้กล่าวมาและ ทำให้ประชาชน ต้องการที่จะปลดหนี้ที่มีดอกเบี้ยรายวันแพง จึงต้องการให้ทางรัฐบาลช่วยในการปลดหนี้

5. มีการสัมพันธ์กับกลุ่มชน: มีความสัมพันธ์กับประชาชน การร่วมมือระหว่างกระทรวงสองกระทรวง มีการร่วมมือระหว่างธนาคาร กำนันผู้ใหญ่บ้า ในการร่วมกันที่จะปลดหนี้นอกระบบ

6. มีการกระทำที่ต่อเนื่องกัน

                เนื่องจากการที่มีกิจกรรมนี้เกิดขึ้น เนื่องจากทางรัฐบาล ได้มีการจัดทำกิจกรรมนี้มาแล้ว ในปี 2546 และเกิดผลที่ดีตามมา ทำให้ประชาชนไม่มีหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพง

7. มีประชามติเป็นบรรทัดฐาน

                เนื่องจากการที่รัฐบาล ได้มีการจำทำโครงการนี้มาแล้ว และมีผลการตอบรับที่ดีของประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ช่วยกันปลดหนี้ ได้เห็นด้วยกับการจัดโครงการนี้ของรัฐบาล

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet