ข่าวสารทั่วไป

posted on 14 Dec 2009 01:13 by darakaparkay

'หนักแผ่นดิน'

              ใครได้ฟังหรือมีโอกาสอ่านคำชี้แจงของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรผ่านทางสื่อเครือข่ายของ นายใหญ่  เมื่อค่ำ ๆ ของวันที่ 10 พ.ย. หลายคนคงอยากภาวนาให้อดีตนายกฯ ซึ่งกลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ปักหลักอยู่ในกัมพูชาอย่างเป็นการถาวร  ไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับกิจการภายในของประเทศไทยอีก อ้อ เกือบลืมไป อย่าลืมหนีบน้องเขยชื่อ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ไปช่วยเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายด้วยนะครับ ยิ่งย้อนไปดูภูมิหลังหรือประสบการณ์คนใกล้ชิดของ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์เคยประสบความสำเร็จทางการเมืองถึงขั้นได้เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงรับราชการก็ได้รับการผลักดันให้นั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงยุติธรรม แถมยังเคยทำงาน อยู่ในแวดวงตุลาการ เป็นผู้พิพากษาตัดสินคดี ก็คงทำหน้าที่มาแล้ว ถ้านายสมชายเดินทางกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน  ไม่รู้ว่าจะมีนักข่าวหรือใครสักคนตั้งคำถามกับท่านไหมว่า  เมื่อพบเห็นผู้ต้องหาหนีคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกา  ทำไมไม่ขอร้องให้เดินทางมารับโทษตามกฎหมาย ก็หวังว่าจะได้คำตอบจากอดีตผู้พิพากษาบ้างนะครับมาว่ากันต่อถึงคำชี้แจง (น่าจะเป็นคำแก้ตัวมาก กว่า) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อค่ำของคืนวันที่ 10 พ.ย. ต่อ การให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ไทม์ส ออนไลน์ ภาษาทางการเมืองต้องบอกว่า มีใบเสร็จที่ชัดเจนเพราะท่านยอมรับว่าได้กระทำความผิดจริง ๆ
 เพราะอดีตนายกฯ บอกว่าผมต้องขอพระราชทานอภัยโทษหากคำให้สัมภาษณ์ของผมในเว็บไซต์ไทม์ส ออนไลน์ สร้างความระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทแต่ขั้นตอนของการขอพระราชทานอภัยโทษ คงไม่ใช้พิธีกรรมอย่างที่อดีตนายกฯ ใช้สื่อในเครือข่ายมาทำกันง่าย ๆ อย่างนี้ ลองสอบถาม นายวีระ มุสิกพงศ์แกนนำ นปช. ซึ่งเคยถูกจำคุกในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ต้องทำอย่างไรบ้าง ก่อนได้รับพระราชทานอภัยโทษ ผมยังจำภาพนายวีระก้มลงกราบพระบรมฉายาลักษณ์ องค์พระประมุขที่คนไทยให้ความเคารพและเทิดทูนได้เป็นอย่างดี เอาล่ะในเมื่อนายใหญ่ ยอมรับแล้วว่าตนเองผิด อันเนื่องมาจากความอ่อนด้อยทางสติปัญญา หรืออ่อนภาษาอังกฤษ ตามที่พยายามแก้ตัว แต่จะมีเหตุผลนอกเหนือจากนี้หรือไม่ คนรู้ดีที่สุดก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นถ้าหากจะมีพรรคการเมืองไหนแปลคำพูดของ พ.ต.ท. ทักษิณ ตามที่ให้สัมภาษณ์ไว้กับเว็บไซต์ ไทม์ส ออนไลน์  ก็ เข้าข่ายนำข้อความซึ่งดูหมิ่นสถาบันไปเผยแพร่ ดังนั้นก็ชอบด้วยข้อกฎหมาย หากจะมีใครยื่นร้องกับ กกต. ให้พิจารณาลงโทษพรรคการเมืองนี้ เนื่องจากมีพฤติกรรมหมิ่นสถาบัน และกระทบกับความมั่นคงของชาติ
               และยิ่งใครได้เห็นภาพ ทักษิณ-สมชาย-เยาวภา”  ถ่ายรูปร่วมกับครอบครัวของสมเด็จฮุนเซนในระหว่างนายใหญ่เดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อนรัก หากพรรคเพื่อไทยจะชูสโลแกน ช่วยเหลือทักษิณให้พ้นผิดจาก กระบวนการยุติธรรมยังน่าจะนำภาพนี้ไปใช้เป็นโปส เตอร์หาเสียง เพื่อให้คนไทยรู้กันชัด ๆ ไปเลยว่า เลือกพรรคการเมืองไหน เราอาจต้องตกเป็นลูกไล่ของประเทศเพื่อนบ้าน
              ท้ายนี้ได้ยินว่าวันที่ 14 พ.ย. แกนนำ นปช. จะจัดคอนเสิร์ตระดมทุน เพื่อนำมาใช้ในการเคลื่อนไหว  สามเกลอหัวขวดอย่าลืมให้นายใหญ่ช่วยคลอเพลง  หนักแผ่นดินให้คนไทยรับฟังด้วยนะครับ.

                    เรื่อง : หนักแผ่นดิน

                    หนังสือพิมพ์ : เดลินิวส์

                    คอลัมนิสต์ : เขื่อนขันธ์

                    แนวเรื่อง : การเมือง

                    ความคิดเห็น : การบทความข้างต้น ผู้เขียน ได้เขียนถึง คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ไปเยือนประเทศกัมพูชา และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และครอบครัว ไปพบ ยังประเทศกัมพูชา เรื่องที่ คุณทักษิณ ชินวัตร ได้มีการให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์จากประเทศอังกฤษ และได้มีบางข้อความ ที่คุณทักษิณ พูดพาดพิง ล้วงละเมิดแก่ เบื้องสูง ในบทความนั้น ได้แสดง ความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา ถึงการที่ นายสมชาย  ได้แสดง การกระทำที่ไม่น่า เชื่อถือ เพราะเคยเป็นถึง ปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ไป เข้าข้างคนผิด ที่หนีคดี และ เรื่องที่แกนนำ น.ป.ช ได้มีการจะจัดการแสดง   เพื่อนำเงินมาใช้ในการเคลื่อนไหว คุณเขื่อนขันธ์ ได้ เขียนอย่างดี เพราะการที่คุณทักษิณ ชินวัตร ได้กระทำ เรื่องเช่นนั้น ถือว่า กระทบ กับความมั่นคง ต่อประเทศโดยตรง แต่ การที่เขียน เช่นนี้ ผู้เขียน ต้องคำนึงด้วยว่า มีหลายฝักหลายฝ่าย มีฝ่ายรัก ก็ต้องมีฝ่ายเกลียด ดังนั้น จึงต้องคำนึงถึง การใช้ภาษา ว่าได้ตรงเกินไปหรือเปล่า

 

จรวด

 

ในเทศกาลรื่นเริงหลายๆ เทศกาล มักมีการเล่นดอกไม้ไฟ กัน เพื่อเฉลิมฉลองและเพื่อความสนุกสนาน  ดอกไม้ไฟมีหลากหลายชนิด มีหน้าตาแปลกๆ ทำเลียนแบบลักษณะและท่าทางของสัตว์ เช่น ผึ้ง งู  และมีบางชนิด ที่ทำเป็นจรวด ทะยาน ขึ้นฟ้าได้

ทราบหรือไม่ว่า นอกจากเราเรียกว่าจรวดแล้วยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งด้วย สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม 8 อธิบายไว้ว่า

จรวด เป็นดอกไม้ไฟชนิดพุ่งขึ้นสูง มีหางเรียกกันเป็นสามัญว่า กรวด ในคำประพันธ์ใช้ว่าตรวด ก็มี ซึ่ง จรวดหรือกรวดชนิดสำหรับจุดเล่นนั้นทำด้วยไม้อ้อ บรรจุดินดำไว้ข้างใน ตอกจนแน่น ข้างหนึ่งเจาะรูชนวนไว้ มีหางยาวประมาณ 2-3 เท่าของจรวด เมื่อจุดไฟ จะพุ่งออกจากรูชนวน ถีบตัวให้จรวด พุ่งขึ้นสู่อากาศ พอหมดกำลัง ก็กลับตกลงมาสู่พื้นดิน

ยังมีจรวดหรือกรวดอีกชนิด  เป็นชนิดใหญ่ มีขนาดเท่ากับเสาเรือนย่อมๆ หางก็ยาวมาก เมื่อจุดพุ่งขึ้นไปในอากาศมีเสียงดังเพราะมีกระบอกไม้ขนาดเล็กบากปาก เรียกว่า ลูกกรวด มีขนาดสั้น ยาวไล่กันไป ผูกมัดรอบตัวกรวด เพื่อให้มีสียงดัง ไล่กันเป็นหลายเสียง ในขณะแล่น แหวกอากาศ

กรวดหรือจรวดชนิดนี้  ถ้ามีขนาดใหญ่มากก็เรียกกันว่าบ้องไฟ หรือบั้งไฟ ซึ่งเป็นการละเล่นของชาวไทยทางภาคอีสาน

นอกจากนี้ ยังปรากฏในหนังสือเก่าว่า การจุดจรวด หรือกรวดอันเป็นดอกไม้ไฟนี้ นอกจากจุดเป็นพุทธบูชาดังในปุณโณวาทคำฉันท์ที่กล่าวถึงเรื่องการจุดดอกไม้ไฟเพื่อบูชาพระพุทธบาทแล้ว ในงานเผาศพก็มีจุดเช่นกัน

 

 

 

เรื่อง : จรวด

หนังสือพิมพ์ : เดลินิวส์

คอลัมนิสต์ : กนกวรรณ ทองตะโก

แนวเรื่อง : การศึกษา

ความคิดเห็น : จากการที่ได้อ่านบทความข้างต้น แล้ว การที่นำเสนอ เรื่อ จรวด ดอกไม้ไฟ นั้น เป็นการให้ความรู้ในเรื่องที่คนไทย ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้จะรู้อย่าจริงจังถึง ประวัติ ความเป็นมาเท่าไหร่ ดังนั้นการที่นำเสนอ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แก่ทุกคน ที่อยากจะรู้เรื่องราวของจรวดหรือดอกไม้ไฟ เพราะ ส่วนใหญ่ ก็จะเห็นแค่เทศกาลเท่านั้น ทำให้ ไม่รู้ความเป็นมา เรื่องของจรวดกันอย่างแพร่หลายและจากการที่ได้อ่านมา ผู้เขียน ได้ใช้คำและภาษา ที่ชวนให้อ่าน เนื้อเรื่องน่าติดตาม ทำให้ผู้อ่านได้รับรู้อย่างเต็มที่ และสนุกสนาน 

 

สันดอนสื่อฝรั่ง สันดานสื่อไทย

 

สัปดาห์ที่แล้วในช่วงสายของวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2552 เมื่อเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการ เป็นสื่อไทยเจ้าแรกที่เผยแพร่ข่าวและคำให้สัมภาษณ์ของ นายทักษิณ ชินวัตรที่ให้ไว้กับหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์จากประเทศอังกฤษ โดยนายทักษิณ พูดพาดพิง ล่วงละเมิด และจาบจ้วงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเชื้อพระวงศ์อย่างรุนแรงหลายประการ ทว่ากว่าที่สื่อมวลชนไทยและเว็บไซต์ข่าวสำนักอื่นๆ จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมานำเสนอ เวลาก็ล่วงไปจนช่วงบ่ายแก่ๆ โดยสื่อบางสำนักกลับเปิดโอกาสและให้พื้นที่ นายทักษิณ ในการแก้ตัวเป็นหลักเสียด้วยซ้ำ
        เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ผมมั่นใจว่า นายทักษิณ ยังมีอิทธิพลอยู่ในระดับสูงมากในบรรดาสื่อยักษ์ใหญ่ของไทยไม่ว่าจะเป็น หัวเขียว หัวชมพู หัวดำแดงที่ป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นหนังสือพิมพ์ระดับปัญญาชน (ไม่นับสื่อวิทยุและฟรีทีวีทั้งหลายที่ประพฤติตัวเป็น พ่อค้าอยู่แล้ว และพยายามจะไม่ข้องแวะหรือเกี่ยวพันกับความขัดแย้งใดๆ แม้ว่าความขัดแย้งนั้นจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ถึงขั้นสูญสิ้นประเทศชาติ-สังคมล่มสลายก็ตาม)  
        ในความเห็นส่วนตัว การให้สัมภาษณ์ของ นายทักษิณ กับ นายริชาร์ด ลอยด์ แพร์รี บรรณาธิการข่าวเอเชียของเดอะไทมส์ ถือเป็นบทสัมภาษณ์ที่ สถาบันการศึกษาที่สอนด้านสื่อสารมวลชน วารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ทุกสำนักควรหยิบไปสอนนักเรียน ส่วนองค์กรสื่อทุกองค์กรต้องเก็บไว้ศึกษาและสื่อมวลชนชาวไทยทุกคนควรจะอ่านอย่างละเอียด หรือถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงก็ควรขวนขวายหาฉบับแปลมาอ่าน
        เหตุผลที่ต้องหามาอ่านก็เพราะบทสัมภาษณ์ Thaksin Shinawatra : the full transcript of his interview with The Times โดยริชาร์ด ลอยด์ แพร์รีที่มีความยาวกว่า 10 หน้านั้นเป็นวิธีการสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนมืออาชีพที่ทำงานในระดับนานาชาติของแท้ มิใช่แบบสื่อมวลชนไทยๆ ร้อยละ99 ที่ถามคำถามแหล่งข่าวด้วยคำถามหน่อมแน้ม โดยปราศจากความรู้-ความเข้าใจถึงพื้นหลังของบุคคลและเรื่องราวอย่างสิ้นเชิง

 

 

 

เรื่อง : สันดรสื่อฝรั่ง สันดานสื่อไทย

                หนังสือพิมพ์ : ผู้จัดการ

                คอลัมนิสต์ : นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล

                แนวเรื่อง : การเมือง

   ความคิดเห็น : จากการที่ได้อ่านคอลัมน์นี้ ลงมาจนเห็นชื้อของผู้ที่เขียนคอลัมน์นี้ ทำให้เดาได้เลยว่า ผู้เขียนต้องมีอคติผู้ที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน เพราะนามสกุลไปคล้องกับบางคนที่เป็นอดีตแกนนำของฝ่ายเหลือง และการที่ได้เขียนถึงที่บทสัมภาษณ์นั้นไปกระทบต่อเบื้องสูง แต่สื่อชาวไทยนั้นไม่ค่อยออกที่จะออกบทสัมภาษณ์นั้นเพราะเกรงว่าอาจจะยิ่งระคายเคืองไปมากกว่าเดิม จึงออก แต่ คุณทักษิณ ชินวัตร ออกมาขอโทษเท่านั้น  ดั้งนี้จึงได้เห็นว่า ชาวไทย ได้เคารพเบื้องสูงมากเพียงใด  และการที่ผู้เขียนมีการแนะนำให้สถาบันที่สอนด้าน การสื่อสารมวลชล หรือทางด้านนิเทศศาสตร์ ควรนำบทความที่มีนักข่าวชาวต่างชาติ ไปสัมภาษณ์นั้นก็เพื่อ อยากให้สถาบันต่างๆนั้น ได้สอนให้นักศึกษา ได้ออกมาเป็นนักสื่อสารวลชนอย่างมีคุณภาพ

 

 


Comment

Comment:

Tweet